วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภูมิใจไหมที่ได้เป็นสะพาน ...

... เข้าฤดูน้ำหลากแล้ว หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ น้ำป่าไหลหลาก ... ถนนถูกตัดขาด และอื่น ๆ อีกมากมาย ... สิ่งที่จะพาข้าม สายน้ำอันเชี่ยวกราก อย่างหนึ่งก็คือ ... ใช่แล้วครับ ... ผมพูดถึงสะพาน ... เราใช้ประโยชน์จากสะพานมานานแสนนาน ในการข้ามผ่านสิ่งต่าง ๆ ที่มากีดขวางทางเดินของเรา ให้เราสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เราเคยนึกบ้างหรือเปล่าว่า ... ถ้าเราเป็นสะพาน เราจะรู้สึกอย่างไร หลายครั้งเวลาเราเดินข้ามสะพาน ... เราก็เดินข้ามมันไปเฉย ๆ โดยที่เราไม่ได้รู้สึกอะไร ...

... หลายครั้ง คนที่เรารักก็ใช้เราเป็นสะพาน ในยามศึกสงคราม ... สะพานพร้อมจะถูกระเบิดทำลาย ... ถ้าหากว่าศัตรูจะข้ามมาทำร้ายคนที่เรารักได้ ... อย่างน้อยเราก็ำทำให้คนที่เรารักข้ามพ้นผ่านอุปสรรค และถึงที่หมายอย่างปลอดภัยไม่ใช่เหรอ ... เคยนึกขอบคุณสะพาน หรือคนที่สร้างสะพานให้เราเดินข้ามอุปสรรคต่าง ๆ บ้างไหม ?

สะพาน ... แห่งความเป็นเพื่อน ที่เรามองไม่เห็นแต่รู้สึกได้
สะพาน ... แห่งน้ำใจ ที่ทำให้เราหัวเราะและเข้าใจกัน
สะพาน ... ที่ทำให้เรายิ้มได้ แม้ว่าจะเกิดปัญหาไม่สบายใจ

... ชีวิตมันสั้นนะครับ

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

2012 โลกจะสิ้นจริงหรือ ...


หลายวันก่อนได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่อง 2012 ... ก็ไม่ได้ไปดูในห้างที่ไหนหรอกก็ดูในบ้านนี่แหละ เผลอ ๆ รู้สึกว่า แอร์เย็นกว่าในโรงภาพยนตร์ซะอีก ...^^" ก็เลยเกิดคำถามซึ่งหลายคนคงคิดเหมือนกันว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสิ้นโลก คุณจะทำอะไร? ... น่าคิดนะ
... เมื่อก่อนผมเองก็เคยคิดไว้หลายอย่างนะว่า ถ้าเลือกได้ในวันสุดท้ายของชีวิตจะทำอะไร แต่ ... เราจะรู้ได้ยังงัยว่าวันสุดท้ายของชีวิตมันจะมาเมื่อไหร่? ดังนั้น ... ผมว่า...ทำทุกวันนี้ให้มันเหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตจะดีกว่ามั้ย ... คุยกับคนในครอบครัวบ่อย ๆ นัดทานข้าวกันบ้าง เพื่อนชวนเที่ยวทะเลภูเขาชมสายลมแสงแดดเดี๋ยวนี้ถ้าว่างนะผมไม่ค่อยปฎิเสธหรอก ... ชาร์ทแบตเตอรี่ให้เต็มตลอด ดีกว่ารอให้มันหมดแล้วค่อยไปชาร์ท เผลอ ๆ แบตเตอรี่เสื่อมมันจะชาร์ทไม่เข้า...จริงมะ?

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

แล้วคุณจะรักแม่มากขึ้น ...


ได้มาจาก FW mail อยากนำมาแบ่งปันครับ ...

เมื่อ ฉันแก่ตัวลง.....ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน
มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด
ถ้าฉันทำน้ำแกงหก ใส่เสื้อตัวเอง....ถ้าฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า
ขอให้คิดถึงตอนเธอ เด็กๆ...ที่ฉันสอนเธอหัดทำทุกอย่าง
ถ้า ฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆ ที่เธอรู้สึกเบื่อ …
ขอให้ อดทนสักนิด อย่าเพิ่งขัดฉัน ตอนเธอยังเล็กๆ
ฉัน ยังเคยเล่านิทานซ้ำๆ ซากๆ จนเธอหลับเลย
ถ้าฉันต้องการให้ เธอช่วยอาบน้ำให้
อย่าตำหนิฉันเลยนะ ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ ได้ไหม
ฉันต้องทั้งกอดทั้ง ปลอบเพื่อให้....เธอยอมอาบน้ำ
ถ้า ฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆโปรดอย่าหัวเราะเยาะฉัน …
จำตอน ที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม “ ทำไม ทำไม ”
ทุก ครั้งที่เธอถามได้ไหม
ถ้าฉันเหนื่อยล้าจน เดินต่อไม่ไหว
ขอ....จงยื่นมือที่ แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน
เหมือนตอนที่ฉัน พยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ
หาก ฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่โปรดให้เวลาฉันคิดสักนิด
ที่ จริงสำหรับฉันแล้ว....กำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก
ขอ เพียงมีเธออยู่ฟังฉัน......ฉันก็พอใจแล้ว
ตอนนี้ถ้าเธอเห็น ฉันแก่ตัวลง...ไม่ต้องเสียใจ...
ขอให้เข้าใจ ฉัน....สนับสนุนฉัน
ให้เหมือนตอนที่ฉัน สนับสนุนเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
ในตอน นั้น....ฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต
ตอน นี้....ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทางของชีวิต ……
โปรด....ให้ ความรักและความอดทนต่อ....ฉัน
ฉันจะยิ้มด้วยความ ขอบใจ....
ในแววตาอันฝ้าฟาง ของฉัน....มีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้
ของฉันที่มีให้ กับ..........เธอ

ถ้ามีเวลาว่างก็แวะไป หาท่านหรือไม่ก็โทรไปหาท่านบ้าง บอกท่านว่าคุณอยากกิน อาหารที่ท่านทำเสมอ....
ท่านไม่ได้ต้องการอะไร จากเรามากไปกว่า...แค่ได้รับรู้ว่าเราสุขสบายดี..ถ้าหาก เราไม่สามารถไปเยี่ยมท่านได้...
ตอนคุยโทรศัพท์กับ ท่าน...โปรดยิ้มให้กว้างๆ และยิ้มบ่อยๆ แม้ท่านจะมองไม่ เห็น..แต่ท่านจะรู้สึกได้......

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

ตัดใจไม่ลง ...


มีประสบการณ์แบบนี้บ้างกันหรือเปล่าครับ ... แบบว่า อยากตัดใจจากอะไรสักอย่าง หรือตัดใจใจจากใครสักคน แล้วก็ตัดใจไม่ลง ... บังเอิญมีคนฮัมเพลงนี้ให้ฟัง ทำนึกไปถึงเมื่อตอนหัดเล่นกีตาร์ใหม่ ๆ นั่นคือ ...
เพลง "ตัดใจไม่ลง" : ส้มโอ เพ็ญพิสุทธ์ ... คุ้น ๆ เนอะ ... ใครไม่เคยฟังยกมือขึ้น ... เงียบ ..... อิอิ

โอ้เอยหัวใจ ทำไฉนถึงจะลืมเขา
เขาไม่รักเรา จะมัวเศร้าอยู่ทำไม

เค้าเคยบอกรักเรา แต่เค้ายังเปลี่ยนใจ
เค้าไปมีคนรักใหม่ ทิ้งเราให้อยู่คนเดียว

อยากจะเปลี่ยนใจ อยากลืมเค้าไปจากใจเรา
ลืมความหลังครั้งเก่า ที่ยังเฝ้าหลอนใจ

แต่ตัดใจไม่ลง ทั้งรักทั้งหลงเค้ากว่าใคร
เค้ายังเฝ้าทำลาย สร้างแผลใจให้กับเรา

อยากจะเปลี่ยนใจ อยากลืมเค้าไปจากใจเรา
ลืมความหลังครั้งเก่า ที่ยังเฝ้าหลอนใจ

แต่ตัดใจไม่ลง ทั้งรักทั้งหลงเค้ากว่าใคร
เค้ายังเฝ้าทำลาย สร้างแผลใจให้กับเรา...


หากจำไม่ได้ลองฟังดูครับ ... คลิ๊กเลย

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

ข้อคิดจากน้องสาว ...


... เมื่อวานกำลังนั่งทำงานเหงา ๆ อยู่ใน Office คนเดียว ... ก็มีคนหนีความวุ่นวายจากที่อื่น ... มานั่งทำงานเป็นเพื่อน ประมาณว่า Office ของเค้าคนเยอะ Office เราเงียบดี ... ซะงั้น ส่วนเราก็เลยต้องนั่งทำงานและฟังเค้าบ่นไปเรื่อย ๆ ดีเหมือนกันไม่เหงา ... และก็ได้ข้อคิดมาเรื่องหนึ่งอย่างจากการนั่งฟังคนบ่น ... ลองมาดูมุมมองเรื่องความรักที่แตกต่างออกไปจากน้องสาวผมคนหนึ่ง ซึ่งผมอยากมาแบ่งปันให้อ่านกันครับ
...การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่า อย่างน้อยมันก็ได้งอกงามภายในใจเราเอง ถึงแม้ว่า ... เวลาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดสำหรับการรอคอยใครสักคน.. แต่ ... การรอคอยใครสักคนทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้ อยู่คนเดียว... การที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบคือ "อิสระ" และทำในสิ่งที่ตัวเองรักคือ "ความสุข" ชีวิตมั้นสั้น ดังนั้น ทำตามสิ่งที่หัวใจของเราบอกเถอะนะ

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันเกิดปีนี้ได้ทำอะไรบ้างนะ?

... ว่าจะ Up บทความตั้งแต่เมื่อวานแต่เจ้ากรรม ฝนตก ลมแรง แถมไฟยังดับอีกซะนี่ จริง ๆ แล้ววันคล้ายวันเกิดของผมก็คงไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไปหรอกครับ ... ตื่นเช้ามา ก็นั่งอมยิ้มกับการอ่านข้อความที่ครอบครัวและคนรู้จักส่งมาอวยพร ... บางคนก็น่ารักดี โทรมาร้องเพลงวันเกิดให้ฟัง "Happy birthday to you ... You belong to the zoo" เอากะมานดิ ... 555+ ... เด๋วมานแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วใครจะมากวนประสาทได้เท่ามานอีกนะ ... รักษาเค้าไว้ดี ๆ ละกันนะน้องรัก ผู้ชายดี ๆ หายากนะเว้ย...
... หลังจากจะทำงานบ้านตามปกติ (จริง ๆ ก็ไม่ปกติหรอก) แบบว่า ท่านแม่จะมาหนะ ... หุ หุ บ้านต้องสะอาดเป็นพิเศษ ก็ออกไปทานข้าวนอกบ้าน บรรยากาศดี ๆ ริมทะเลสาบกับครอบครัว ... ออกมาทานข้าวนอกบ้านบ้างก็ดีเหมือนกัน ... เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แม้จะโดนหมาที่ร้านมันกัดเอา 555+ ... แต่ก็แปลกนะ ... ไม่ยักกะนึกโกรธมัน ... แถมไม่โวยวายด่าเจ้าของร้านด้วย ... เหอะ ๆ คงเพราะอายุมากขึ้น ... มั้ง ^^" จากนั้นก็กลับบ้านมานั่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ...
ยังจำได้ตอนที่ดูหนังเรื่อง Forest Gump ตอนที่พระเอกบอกว่า "And just like that, my running days was over, so I went back to Alabama." (มันก็เหมือนเป็นอย่างนั้น เมื่อวันแห่งการวิ่งของผมจบลง ผมก็กลับไปอลาบาม่า) คงหมายถึง เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ / หรือเมื่อได้สติซะที ก็ควรกลับบ้าน จริงด้วยเนอะ บางทีอยู่บ้าน ... ก็มีความสุขได้เหมือนกันนะ ^^

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร...เมื่อหัวใจมีตำหนิ

วันนี้ไม่รู้เป็นไร ... มีแต่คนมาถามเรื่องของหัวใจ ...

จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร...เมื่อหัวใจมีตำหนิ
เสาะแสวงหาวิธีต่าง ๆ ที่จะมาปกปิดตำหนินั้น
หรือว่า ... จะยอมรับความมีตำหนิของหัวใจของตัวเอง
และใช้ชีวิตอยู่กับรอยตำหนิในหัวใจตนเองอย่างสงบ
...
อยากบอกอะไรบางอย่างกับคนที่หัวใจมีตำหนิ ...
คนที่หัวใจไม่มีตำหนิ... ใช่ว่าจะเค้าเป็นคนที่มีความสุขเสมอไป
เค้าอาจแค่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในหัวใจของเค้าก็ได้ ...
หากไม่พบกับปัญหา แล้วจะพบวิธีสู้กับปัญหานั้นได้อย่างไร
มาลองหาวิธีใช้ชีวิตแบบคนที่หัวใจมีตำหนิกันดีกว่า ...

ยอมรับในสิ่งที่ตนเองมี พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น
ยอมรับความมีตำหนิในหัวใจของตัวเอง
มองหัวใจที่มีตำหนิ ... ว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต
หากวันหนึ่งมีคนเข้ามาในชีวิต และยอมรับความมีตำหนิในหัวใจของเราได้
ก็ถือว่า ... เป็นของขวัญและรางวัลของชีวิตละกัน ... ^^"

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

พื้นที่เล็กสีเขียวเล็ก ๆ ในบ้าน



อืม ... ช่วงนี้พอได้มีเวลาดูแลบ้านดูแลตัวเอง ... ตั้งแต่หยุดพักรับงานพิเศษช่วงเย็น ... เมื่อก่อนกว่าจะกลับถึงบ้านก็คำแล้ว แต่เดี๋ยวนี้มีเวลาให้กับบ้านมากขึ้น ทุกเย็นหรือเช้าวันหยุด ก็จะรดน้ำต้นไม้ ดูแลใส่ปุ๋ย เก็บใบไม้ที่ร่วงบ้าง ให้อาหารปลา รู้สึกว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว เวลาเหนื่อยล้าจากข้างนอก เมื่อกลับมาบ้านได้เห็นสีเขียวของต้นไม้ มีมุมพักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับนั่งเล่นและอ่านหนังสือบ้างก็คงจะดีไม่น้อย ... มีใครบางคนบอกว่า "ต้นไม้ทุกต้นมีชีวิิต ในเมื่อเราเลือกเขามาปลูกแล้ว ก็ต้องดูแลรักษาให้ดี" จะพยายามก็แล้วกันนะ ... ^^"

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เดือนแห่งความรักของกบน้อย ... ^^"


จริง ๆ แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไรเกี่ยวกับความรัก ... เพราะอยู่ในช่วงของการรักษาใจของตัวเองอยู่ ... เพื่อนหลายคนก็แต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกที่น่ารัก บางคนก็พอ ๆ กันกะเราหรือยิ่งกว่าเราซะอีก ... อืม ... ความรักนี่มันเข้าใจลำบากเหมือนกันนะ ... แต่ช่วงเวลาแย่ ๆ เกี่ยวกับความรักของเรามันก็ผ่านไปแล้วหละ ... พักหลัง ๆ ก็มานั่งเป็นที่ปรึกษาจำเป็นให้กับเพื่อน ๆ อยู่บ้าง ... ไม่ได้เป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอก ... แบบว่าเราโดนมาเยอะหนะ คดีเยอะ ทำเค้าไว้ก็แยะ ... ^^" ถือซะว่า ช่วงนี้เป็นช่วงคืนเวลาให้กับเพื่อนฝูง ... เคยสารภาพวีรกรรมให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งมันฟัง (ก็คบกันมาเป็นสิบปีแล้วอะนะ) ... บอกมันไปว่าเรานี่ก็แย่เหมือนกันเนอะ มันตอบกลับมาว่า "ไม่หรอก... แกหนะเข้าขั้นเลวเลย" 555+ ก็สมควรแล้วหละถึงได้โดนสาปเป็นเจ้าชายกบรอเจ้าหญิงอยู่ในบึงเล็ก ๆ นี่ไปก่อน เผลอ ๆ อาจเป็นอ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบไปเลย ... คงอีกนานกว่าจะมีเจ้าหญิงมาเจอ ... หุหุ

แรก ๆ ที่เจอปัญหากับความรัก ก็มัวแต่จมกับมันอยู่ตั้งนาน ... คอยถามตัวเองว่าเราผิดอะไร ... โทษคนอื่นอยู่เสมอ ... พอเวลาผ่านไปซักพัก ... หันมองตัวเองก็พบว่า ... อืม ... เราก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกันนะ ... เค้าอยู่กับเราตอนนั้นคงไม่มีความสุขเท่าไหร่ ... เห็นเค้าแต่ละคนมีความสุขอยู่กับคนรักของเค้า ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงทนไม่ได้ ... แต่ตอนนี้แปลกดีเรากลับมีความสุขไปกับเค้าด้วย ... มีคนเคยบอกว่า "ใจเราเองเรายังบังคับมันไม่ค่อยจะได้เลย ... แล้วจะหวังอะไรกับใจของคนอื่น" อืม ... นั่นซิ ทำให้เราปล่อยวางมันลงไปได้เยอะเลย ... จะถือมันไว้ทำไมหว่า? ... ถือให้มันหนักเล่นหรืองัย?

สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ว่า...วันนี้เค้าอยู่กับเราหรือจากไป มันสำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลามีความสุขอยู่ด้วยกัน ขอให้มันเป็นมีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และทำให้เรายิ้มให้ความทรงจำนั้นได้ ...

อย่างน้อยได้สัญญากับไว้แล้วว่าเราจะไม่ทำอะไรที่แย่ ๆ แบบนั้นอีก เพื่อเค้าคนนั้น... คนที่เค้าให้โอกาสให้อภัยกับเราทุกอย่างที่เราเคยทำ อยู่เคียงข้างเวลาเราอ่อนแอ รับได้ในสิ่งที่เราเป็น คนเราอยากตื่นมาแล้วก็เจอเค้า เอาคิดถึงเค้า แม้ว่าเราจะไม่เหงาก็ตาม อยากให้รักครั้งนี้อยู่และเป็นแบบนี้ตลอดไป ... แต่ได้โปรดเถอะครับเจ้าหญิงช่วยมาเร็ว ๆ หน่อยก็ดีนะเพราะว่ากบน้อยเริ่มมีผมหงอกแล้ว ... อิอิ

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ยามว่างกับการปลูกผักทานเอง






... ชีวิตในวัยเด็กของผม เติบโตมากับการได้เห็นคุณยายปลูกผักทานเอง เหลือจากนั้นก็เก็บไปขาย ตกเย็นบางวันไปเล่นที่บ้านสวน ช่วยคนงานลากสายยางรดน้ำในไร่ข้าวโพด ... บางครั้งขอก็ขี่ควายซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นเค้าเลี้ยงไว้ ... แบบว่าเป็นเด็กในตัวเมืองแต่อยากทำตัวบ้านนอก นึกย้อนกลับไปทีไรก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ทุกที ...



... พอมีบ้านเป็นของตัวเองก็นึกอยากจะลองปลูกผักทานเอง แต่ติดปัญหาที่ว่าวันทำงานกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว เวลาที่จะรดน้ำต้นไม้ในสวนหรือตัดหญ้ายังไม่ค่อยจะมีเลย ต้องรอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เสียก่อน ทำอย่างไรดีหละคราวนี้ ... เลยนึกไปถึงโครงการทดลองของ NASA ที่เค้าทดลองปลูกผักในอวกาศ แปลงผักในทะเลทรายของประเทศอิสราเอล ... อืมมมมม ... มันน่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า



... เริ่มจากค้นคว้าหาข้อมูล ดูตัวอย่างของชาวบ้านเค้า แล้ก็นำมาลองปลูกทีละต้นในหลอดทดลองใน Lab หาสูตรปุ๋ยที่เหมาะกับผักที่เราปลูก ... ประมาณ 1 ปี เต็ม ๆ จึงได้เกิดแปลงผัก Hydroponics ขำ ๆ ขึ้นมาและได้นำไปเผยแพร่ใน http://www.weekendhobby.com/ ได้รับผลตอบรับดีพอสมควร



... ความสุขมันอยู่ตรงที่เราได้สนุกกับการประยุกต์สิ่งของที่มันอยู่รอบ ๆ ตัว มาสร้างเอง โดยไม่ต้องไปซื้อของสำเร็จรูปราคาแพง ๆ มาใช้ ... ซึ่งแค่มีตังค์ก็ซื้อได้แล้ว ... มันไม่ได้ท้าทายสมองและสองมือของเราเลย โดนเพื่อนล้ออยู่เป็นประจำว่า ... เวลาว่างของแกมีมากนักหรืองัย? ... เปล่าหรอกครับ ผมไม่อยากทำตัวให้ว่างต่างหาก ...

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

นานเท่าไหร่แล้ว ... ที่ไม่ได้เขียนไดอารี


... วันนี้ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า ... ปกติก็คงเหมือนทุก ๆ วันอื่น ๆ ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะว่ามีอะไรบางอย่างมาสะกิดใจ ก็เป็นได้ ... เหลียวมองดูรอบ ๆ ตัวเอง ทุกคนเกิดมามีภูมิหลังมีชีวิตต่างกัน รับผิดชอบต่างกัน มีหน้าที่ต่างกัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดตามความจำเป็น มีหลายคนบอกกับผมว่าผมน่าจะรวยกว่านี้ แต่ ...นิยามคำว่า "รวย" ของผม คือ "พอ" คนเราเมื่อรู้จักพอและมีส่วนที่พอจะแบ่งปันให้ผู้อื่นได้เมื่อไหร่ผมว่านั่นแหละคือรวยแล้ว ผมเลือกวิถีหรือรูปแบบการดำเนินชีวิตของผมแบบนี้เพราะความชอบส่วนตัวส่วนหนึ่ง คือ ไม่ชอบที่จะไปแข่งขันกับใคร ชอบที่จะแข่งขันกับตัวเอง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าชอบที่จะเอาชนะใจตัวเองมากกว่า
... ลองนึกดูว่า...ชีวิตเราทำไมต้องขึ้นกับคนอื่น ทำไมต้องเอาชีวิตไปฝากไว้กับคนอื่น ทำไมจะต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ในเมื่อเราเลือกที่จะมีความสุขได้ สุขที่ได้ทำงานใกล้บ้าน เรียกว่าเหมือนกับอยู่กับบ้านเลยก็ว่าได้ เสร็จงานกลับบ้าน พักผ่อน ทำงานอดิเรก ได้วิ่งไล่จับกับเจ้าหมาน้อยที่สนามหญ้าข้างบ้าน สุขที่ได้ทำและแบ่งปันงานดิเรกที่ชอบ เรียนรู้จากการกระทำจริง และได้แบ่งบันความรู้กับคนที่อยากรู้ มันเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้มีความสุขได้ แต่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน เศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็ไม่ได้หมายถึง ไม่ได้ห้ามรวย ไม่ได้ห้ามใช้เงิน หรอกนะครับ ...
... เงินเป็นสิ่งจำเป็น แต่สำหรับผม เงินไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง เงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้
บางคนทุ่มเททำงานเพื่อเงิน จนลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า ? .
.. นี่แหละเป็นสิ่งที่สะกิดใจผมให้เริ่มต้นเขียน Blog นี้ขึ้นมา ... หลังจากที่เขียนไดอารี่ครั้งสุดท้ายเมื่อสมัยมัธยมปลาย :)